ครอบครัวตำรวจทางหลวงขอนแก่นทุกคน ยินดีรับใช้ครับ


ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ด้วยการ ๑.ไม่ขับรถเร็วเกินกฏหมายกำหนด ๒.เมาไม่ขับ ๓. ก่อนขับร่างกายต้องพร้อม รถพร้อม


จุดให้บริการ ที่พักผ่อน ห้องน้ำ เครื่องดื่ม กาแฟ แก่ผู้เดินทาง หน่วยบริการบ้านไผ่ หน่วยบริการน้ำพอง หน่วยบริการหนองเรือ แวะใช้บริการได้ทุกเมื่อ หรือขอความช่วยเหลือ โทร.1193

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เส้นทางจากขอนแก่น สู่ มุกดาหาร

0 comments
ได้มีโอกาสเดินทางไปอำนาจเจริญ และมุกดาหาร โดยเริ่มจากขอนแก่น ตั้งแต่ เวลา ๐๙๐๐ น. เพื่อไปส่ง พ.ต.ท.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย ในโอกาสเดินทางไปรับตำแหน่ง ๖๕ ที่ อำนาจเจริญ ระหว่างทางได้แวะพักที่ สถานีตำรวจทางหลวงร้อยเอ็ด ซึ่งต้องบอกว่า เคยไปครั้งแรก แม้จะอยู่กองกำกับเดียวกัน เพราะอยู่ไกล จะไปดูให้เห็นกับตาว่า สวยงามจนได้รับรางวัล หน่วยบริการดีเด่นภาคอีสานจริงหรือไม่

Photobucket

Photobucket

Photobucket

ดูภาพแล้วสวยงามร่มรื่นสมคำจริงๆ ข้างหน้าสถานีมีร้านขายกาแฟ ด้วย บริเวณสนามหญ้าก็ทำเป็นเก้าอี้ไม้ยกพื้นสูงด้วยไม้เช่นกัน สำหรับนั่งจิบกาแฟ นั่งพักผ่อนให้หายเหนื่อย

Photobucket


Photobucket

มีป้ายบอกให้รู้ด้วยนะว่าเราได้รางวัลชนะเลิศ  ห้องน้ำที่ร้านกาแฟ ตกแต่งได้อย่างกลมกลืนกับชุดไม้ และซุ้มน้ำตกที่อยู่ข้างๆ เรียกว่าแม๊ต กันมาก ไม่ใช่งบแล้วจะทำได้นะครับ ไอเดียบรรเจิดครับ

Photobucket

สนามหญ้าข้างร้านกาแฟนั้น ใช้เป็นที่กางเต็นส์ สำหรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางด้วยนะครับ มีเต้นส์ กางไว้เป็นตัวอย่างด้วย
              หลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปที่ จ.อำนาจเจริญ เมื่อ ส่ง๖๕ แล้วเดินทางไปที่ จ.มุกดาหารเพราะว่าที่ อำนาจเจริญ เห็นตำรวจที่นั้นบอกว่ามีร้านข้าวต้มอยู่ร้านเดียว ต้องไปกินที่มุกดาหาร ริมโขง เมื่อกินเสร็จ ได้เวลาเที่ยว สถานที่แรกคือ หอแก้วมุกดาหาร

Photobucket

ที่ตรงนี่ เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแทบทุกคน น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของมุกดาหาร นักท่องเที่ยวก็อยากจะดูวิวของเมืองมุกดาหารก็ต้องมาที่นี่ ค่าขึ้นไปชมก็ ๒๐ บาท อีกอย่างที่จัดไว้ในนี้จัดไว้แบบ เหมาะมาก คือ ประวัติ วัฒนธรรม ของเมืองมุกดาหาร จะนำมาจัดแสดงรวมกันไว้ที่นี่ ก็รู้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาที่นี่ก็จัดรวมกันไว้ซะเลย เยี่ยม  ที่ประทับใจผมก็คือ ประวัติของแต่ละชนเผ่าของมุกดาหาร

Photobucket
วิวของมุกดาหารมองจาก หอแก้ว

Photobucket
มุกดาหารริมฝั่งโขง

        ที่น่าสนใจของชนเผ่าคือ มีชนเผ่าเยอะมาก นำมาเขียนไว้ไม่หมด เหตุเพราะว่า เมืองนี้เป็นเส้นทางค้าขายของภูมิภาคนี้ สังเกตได้จาก มีเงินโบราณมากมายเช่น เงินรูปี  เงินถาด (ซึ่งเป็นเงินแท้ หล่อขึ้นเหมือนรางข้าวหมู ตอนเดินเที่ยวที่ตลาดอินโดจีน ก็มีแม่ค้านำมาวางขาย แต่คิดว่าไม่ใช่ของจริงเพราะ ขายแค่ ๗๐๐ บาท ขนาดยังไม่ต่อรองราคานะเนี๋ย กลัวเหลือ ๕๐ บาท ขนาดที่หอแก้วยังไม่มีโชว์ เลย แล้วแม่ค้าเอามาจากไหน แม่ค้าที่เอามาขายก็ ดูเหมือนไม่ใช่คนอีสาน แต่เหมือนคนเวียดนาม ที่อยู่ตามภูเขา พูดไทยไม่ชัดด้วย แต่เอ หรือว่าเป็นชนเผ่าที่นี่)   ผมน่าจะเรียกเมืองนี้ว่า เมืองในเส้นทางสายไหมจะดีกว่า ที่ผมสนใจชนเผ่าก็เพราะว่าตอนผมเรียนที่กรุงเทพฯ(ผมเป็นเด็กกรุงนะจะบอกให้) มีรุ่นพี่คนหนึ่งผู้หญิงครับ สวยมากขาวด้วย เขาบอกว่ามาจากมุกดาหาร พูดภาษาชนเผ่าได้ด้วย และตอนเด็กๆ ตอนที่ผมอยู่ขอนแก่น มีพ่อค้า ที่มาซื้อทองตามหมู่บ้าน เขาจะมีลายสักที่ต้นขาขวาเช่นกัน บอกว่ามาจากมุกดาหาร ตามประวัติที่เขียนไว้ให้อ่านที่หอแก้ว มีแม้กระทั้งมาจากพม่า ก็มี มาจากเวียดนาม ก็มี เห็นได้ว่าเป็นเส้นทางการค้าจริงๆๆ
Photobucket
ระหว่างทางที่เดินชมตลาดอินโดจีน พบไอเดียบรรเจิด ทำให้ค้าขายได้
         หลังจากนั้นได้ไปสักการะ ศาลเจ้าแม่สองนาง ที่อยู่ติดท่าเรือข้ามฝาก ผมถามคนแถวนั้นว่าทำไมจึงมีศาลเจ้าแม่สองนาง

Photobucket

เขาบอกว่า อยู่คนเดียวเปรี่ยวหัวใจ อยู่สองคน ทุกข์ระทมแต่สนุก เพราะเหตุนี้มุกดาหารจึงมีศาลเจ้าแม่สองนาง ข้อเท็จจริงผมไม่ทราบ แต่ก็ได้ไปสักการะท่านแล้ว
Photobucket
        ถึงเวลาเดินตลาดริมโขง มีวัดตลอดฝั่งโขงครับอยู่คนละฝั่งกับตลาด วัดเยอะครับ ตามตำรา ว่าไว้ว่า เมืองใด ค้าขายร่ำรวย สงบสุข เมื่องนั้นวัดจะเยอะ เพราะคนเลื่อมใสในศาสนา ดูอย่างอยุธยา สิก่อนเสียกรุงวัดน่าจะเยอะกว่านี้ ตำราต่างๆ ก็น่าจะเยอะด้วยแต่ทุกวันนี้เห็นแต่ซากเพราะโดนเผาหรือเปล่า วัดตามริมโขง ใครเป็นคนสร้าง รับวัฒนธรรมมาจากใหน ผมสังเกตุดูแล้ว พระพุทธรูปแถวหนองคาย ซึ่งเป็นอีสานเหนือ ตลอดมาถึงมุกดาหาร แดนอีสานใต้ มีลักษณะเหมือนกัน อย่างเป็นพระนาคปรก พญานาค ลำตัวตรงๆๆ เหมือนกัน เห็นได้ว่ารับวัฒนธรรมมาจากลาว(อาณาจักรล้านช้าง)ข้อมูลนี้ อ่านมาจากวัดในจังหวัดหนองคายครับ

Photobucket

Photobucket

Photobucket

สัตว์เทพนิยาย ไม่เคยเห็นและไม่เหมือนใคร แล้วแต่เราจะจินตนาการอย่างไร อยากให้วิเศษอย่างไร ก็เอาความวิเศษของสัตว์แต่ละชนิดมาผสมกัน ออกมาเป็นรูปร่างอย่างที่เห็น หนักเข้า เอาคนไปผสมด้วยก็มี เป็นความสวยงามของจินตนาการและศิลปะ แต่สิ่งที่เชื่ออย่างยืนยงในแถบนี้คือพญานาคครับ ได้เวลากลับขอนแก่นแล้วครับ


music Photobucket

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ร้านอาหารในขอนแก่นบรรยากาศสบายๆ อาหารอีสานแซบๆ ร้านแซบสบาย

0 comments
ขณะที่ผู้เขียนได้ออกตรวจการณ์กับรถสายตรวจ โดยมุ่งหน้าไปทางหนองเรือ ทล.12 หรือที่เราเรียกว่าถนนมะลิวัลย์ เมื่อถึงเวลาเที่ยงพอดี ตรงข้ามปั๊ม ปตท.มะลิวัลย์ ก่อนถึงทางต่างระดับรอบเมือง นั้นแหละครับ กำลังหิว เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปประมาณ 100 เมตร เพื่อไปรับทานอาหารเที่ยง ตามที่คู่ตรวจแนะนำ คือ ร้านแซบสบาย เป็นร้านอาหาร แบบเปิดโล่ง ลมพัดเย็นสบาย เงียบสงบ ได้เข้าไปนั่งในร้านแล้วคลายเหนื่อยได้เยอะมาก บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้ ร่มรื่นครับ


โดยจะนั่งรวมในอาคารหลังใหญ่หรือแยกนั่งที่เรือนไม้ก็ได้ ที่เรือนไม้ก็ได้ประดับดอกไม้ไว้สวยงาม ปูหญ้าเขียวขจีสบายตา












ที่อาคารหลังใหญ่กว้างขวางเปิดเพลงให้ฟังเย็นสบาย













ที่จอดรถกว้างขวางจอดรถได้สบายๆ




อาหารที่นี่เป็นสไตย์อาหารอีสานแบบ original ที่นับวันจะหารับประทานได้ยาก เป็นแบบดั้งเดิม
รสชาต แซบ ตามสไตย์ ดั้งเดิมจริงๆ ได้ถามเจ้าของร้านถึงที่มาของชื่อร้าน ว่าได้มาจากลูกค้าที่ได้ลิ้มรส อาหารที่นี่ แล้วบอกได้คำเดียว ว่า แซบ และ บรรยากาศแบบ สบาย เลยเป็นที่มาของชื่อร้านว่าแซบสบาย อาหารก็ราคาถูก นั้นหมายถึงว่าเมื่อคุณมารับประทานที่ร้านนี้ก็สบายกระเป๋าด้วย


รายการอาหารที่สั่งมารับประทานกัน แทบไม่อยากลุกไปไหนครับ รายการมี ต้มเป็ด(ซดร้อนๆทันทีครับ) ลาบหมู ก้อย เนื้อแดดเดียว
ปลานิลแดดเดียวทอด อร่อยทุกอย่าง แต่ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือก้อยเนื้อ สั่งแล้วสั่งอีก อร่อยมาก ลองชิมอาหารอร่อยๆบรรยากาศดีๆ ไม่วุ่นวาย ไม่ไกลเลยครับ ตรงข้าม ปั๊ม ปตท.มะลิวัลย์ ทางไปชุมแพ เลี้ยวซ้ายก่อนถึงทางต่างระดับมะลิวัลย์ ค้นพบความแตกต่าง ในแบบสไตย์ที่ลงตัว ทุกคนสัมผัสได้ ร้านแซบสบาย ครับ







ผลไม้รวม สำหรับทุกท่านนะครับ บำรุ่งร่างกาย






music


Photobucket

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

คู่มือประหยัดพลังงาน หยุดรถซดน้ำมัน

0 comments
ตำรวจทางหลวงขอนแก่นขอแนะนำวิธีขับรถให้ประหยัดน้ำมันดังนี้

1. ขับรถไม่เกิน 90 ก.ม./ชม.
* ความเร็วสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้

* ทางธรรมดา 90 กม./ชม.

* ทางด่วน 110 กม./ชม.

* มอเตอร์เวย์ 120 กม./ชม.

2. จอดรถไว้บ้าน โดยสารสาธารณะ

* ถ้าผู้ใช้รถยนต์ร้อยละ 1 จากจำนวน 5 ล้านคัน หันมาใช้บริการรถสาธารณะ ด้วยระยะทาง 48 กม./วัน

* ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะประหยัดน้ำมัน 52 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 780 ล้านบาท

3. ไม่ขับก็ดับเครื่อง

* การติดเครื่องยนต์จอดอยู่เฉยๆ เป็นเวลา 5 นาที

* สิ้นเปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ 500 ซีซี

4. ทางเดียวกันไปด้วยกัน

* ถ้าขับรถยนต์ 5 คัน ไปทางเดียวกัน ที่หมายใกล้กัน ระยะทาง 48 กม./คัน (ไป-กลับ)
* ใน 1 ปี (260 วันทำงาน) จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 5,200 ลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 78,000 บาท

* ถ้าร้อยละ 1 ของรถยนต์ 5 ล้านคัน ใช้ Car Pool สลับขับ 5 คน ต่อรถ 1 คัน

* ใน 1 ปี จะประหยัดน้ำมันได้ 41.6 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 624 ล้านบาท

5. หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน

* ถ้ารถติดเพียงร้อยละ 1 ของ จำนวนรถยนต์ 5 ล้านคัน ในวันทำงานทุกวัน และในบางเสาร์-อาทิตย์ ใน 1 ปี (330 วัน/ปี)

* จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 12.4 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 186 ล้านบาท

6. ใช้โทรศัพท์-โทรสารเลี่ยงรถติด

* ใช้อุปกรณ์สื่อสารแทนการเดินทาง เช่น ส่งหนังสือระหว่างหน่วยงาน

* หากเร่งด่วนก็ใช้วิธีส่งทางโทรสาร

* หากเป็นเอกสารสำคัญก็ใช้วิธีรวบรวมเอกสารแล้วส่งพร้อมกัน

* หนังสือเวียนที่ไม่สำคัญก็ใช้วิธีส่ง E-Mail หรือส่งไปรษณีย์

7. วางแผนก่อนเดินทาง

* ถ้าไม่ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง และขับรถหลงทาง 10 นาที

* จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 500 ซีซี คิดเป็นค่าน้ำมัน 7.50 บาท

* ถ้ารถยนต์ 5 ล้านคัน ขับหลงทาง เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ใน 1 ปี

* จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 30 ล้านลิตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 450 ล้านบาท

8. ลมยางต้องพอดี ไส้กรองต้องสะอาด

* ความดันลมยางอ่อนกว่ามาตรฐาน 1 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ถ้าขับทุกวันเฉลี่ยวันละ 48 กม. ใน 1 เดือน

* รถยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.4 ลิตร

* รถจักรยานยนต์ - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.2 ลิตร

* รถบรรทุก - สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.2 ลิตร

* ถ้าร้อยละ 30 ของรถแต่ละประเภท ละเลยเช่นนี้บ่อยๆ รวมเป็น 30 วัน/ปี

* จะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านลิตร

* คิดเป็นเงิน 87 ล้านบาท

* ถ้าไส้กรองสะอาด จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันวันละ 65 ซีซี

* ควรทำความสะอาดทุก 2,500 กม.
* ควรเปลี่ยนทุก 20,000 กม.

9. ไม่บรรทุกของเกินจำเป็น

* หากขับรถโดยบรรทุกของที่ไม่จำเป็น ประมาณ 10 ก.ก. เป็นระยะทาง 25 ก.ม.

* สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี

* ถ้าร้อยละ 10 ของรถยนต์ทั่วประเทศ 5 ล้านคัน ขับรถโดยบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น

* ใน 1 ปี จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 7.3 ล้านลิตร คิดเป็นเงิน 10.95 ล้านบาท

10. ตรวจเช็คเครื่องยนต์เป็นประจำ

* เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด

* เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นทุก 5,000 กม.

* ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง และน้ำในแบตเตอรี่

* ตรวจสอบระดับน้ำป้อนหม้อน้ำ

* ปรับปรุงสมรรถนะรถยนต์ให้ดีตลอดเวลา ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ร้อยละ 3- 9

ที่มา : คู่มือรวมพลังหยุดรถซดน้ำมัน - PDF

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน


music Photobucket

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

ตำรวจทางหลวงหน่วยบริการน้ำพองได้รับคำชมเชยจากเว็ป pantip.com

0 comments
เมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๔ หน่วยบริการตำรวจทางหลวงน้ำพองได้ตั้งจุดบริการประชาชนที่หน่วยบริการ พร้อมด้วย วิทยาลัยเทคนิคน้ำพอง และได้จัดเตรียมห้องน้ำไว้บริการ น้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็นพร้อม จากการให้บริการด้วยความเป็นมิตรจึงได้รับคำชมเชยจากผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ เขียนลง เว็ป pantip.com ห้องรัชดา โดยผู้ใช้นามปากกาว่า Specialized เขียนเมื่อ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๔ มีใจความดังนี้


กระทู้ถามมาตรฐานงานของศูนย์นิสสันลาดพร้าว และขอกล่าวคำขอบคุณมายังตำรวจทางหลวงน้ำพองและเหล่าอาจารย์-นักศึกษาเทคนิคน้ำพอง

          ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผมวางแผนเดินทางไปเที่ยวเมืองเวียงจันทน์และเขื่อนน้ำงึม ประเทศลาว ด้วยรถยนต์ส่วนตัว นิสสันนาวาร่า4ประตู ผมออกเดินทางจากกรุงเทพตอนเวลาตี3 ของวันที่31ธันวาคม 53 เมื่อรถวิ่งมาถึงจุดใกล้หน่วยงานสร้างทาง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เวลา8.30น.ขณะที่รถวิ่งอยู่ ๆจู่ๆได้ยินเสียงดังปึ้งเล็กๆมาจากทางห้องเครื่อง จากนั้นไม่นาน เกจ์ความร้อนก็เริ่มพุ่งสูงขึ้น ผมจึงรีบจอดและดับเครื่อง   
เปิดฝากระโปรงดูเพื่อเช็คหาต้นเหตุก็พบว่า
พูลเล่ไดชาร์ตหลุดออกมา ทำให้สายพานหลุด และทำให้ให้ความร้อนของเครื่องยนต์ขึ้นสูงผมจึงเปิดดูใบเสร็จที่ผมนำรถเข้าเช็คจากทางศูนย์นิสสันลาดพร้าวเพื่อดูรายการว่าตอนนั้นทำอะไรไปบ้าง ก็พบว่าวันที่13 พย.2553 ได้มีการเปลี่ยนสายพานเครื่อง+แอร์ สายพานเพาเวอร์แล้ว ซึ่งในครั้งนั้น ผมนำรถเข้าศูนย์เพื่อให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้และช่างของทางศูนย์ได้แจ้งผมมาว่าควรที่จะต้องเปลี่ยนสายพานชุดดังกล่าวด้วย ซึ่งผมก็ตอบตกลงให้เปลี่ยนไป
นับจากบิลวันที่เข้าศูนย์13พย.53 จนถึงวันนี้ที่เกิดเหตุ31ธค.53รวมวันได้ประมาณ1เดือนกว่าๆiระยะทางที่เข้าศูนย์111976 กม. วิ่งมาถึงวันนี้117286กม. รวมระยะได้5310กม. และที่ผมจำความได้หลังจากที่ผมได้รับรถออกมา ปรากฏว่ามีเสียงดังแต๊กๆเป็นระยะๆ จากนั้นผมก็นำรถย้อนกลับเข้าศูนย์แห่งนี้เช็คอีกครั้ง ซึ่งช่างก็ได้แก้ไขให้เสียงลดลงได้ แต่ผมไม่ทราบว่าช่างได้แก้ไขอะไรอย่างไร

และวันนี้ผมก็คิดเองว่าไอ้เจ้าเสียงแต๊กๆที่ว่านี่แหละ มันคือต้นตอของสาเหตุที่ทำให้รถมีปัญหาในวันนี้ จากนั้นผมก็โทรติดต่อไปยังศูนย์
นิสสันลาดพร้าว โทร(02)731-2728 โดยมีคุณมานะ ทะประสพเป็นผู้รับสายผมแจ้งสาเหตุที่รถเสียและขอความช่วยเหลือ เพื่อให้ช่วยประสานงานมายังศูนย์นิสสันสาขาต่างๆในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ โดยคุณมานะ ให้เหตุผลว่าวันนี้เป็นวันหยุดสิ้นปี ผู้จัดการก็ไม่อยู่ ติดต่อใครก็ไม่ได้ วันนี้คุณมานะอยู่เวรเพียงคนเดียว ผมเห็นว่าทางศูนย์ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้แล้ว ผมจึงโทรแจ้งมายังตำรวจทางหลวงเพื่อขอความช่วยเหลือจากนั้นเพียงประมาณแค่10-15นาทีเท่านั้น รถวิทยุหมายเลข4211ของตำรวจทางหลวงก็เดินทางมาถึง


ตำรวจทางหลวงนำโดยดต.ธีรศักดิ์ รอดคำวงษ์และดต.สุนทร กงวงศ์ มาพร้อมกับอ.สุชาติ ชุมพร และอ.วีรพล พันธ์ผ่อง ซึ่งทั้งสองท่านเป็นอาจารย์สอนอยู่ในวิทยาลัยเทคนิคน้ำพอง

ซึ่งวันนี้ท่านทั้งหมดนี้ มาคอยให้บริการประชาชนประจำหน่วยบริการตำรวจทางหลวงน้ำพอง อาจารย์ทั้งสองท่านก็ได้ตรวจเช็คเครื่องให้ ก็พบสาเหตุที่พูลเล่ไดชาร์ตหลุด และอาจารย์ก็ได้อธิบายในการขับเคลื่อนรถที่มีปัญหา เพื่อที่จะให้ผมขับเคลื่อนรถต่อไปยังหน่วยบริการตำรวจทางหลวงน้ำพอง ที่ห่างจากจุดที่รถเสียประมาณ5กม.เพื่อทำการซ่อมแซมแก้ไขให้ จากนั้นผมก็นำรถเคลื่อนไปยังหน่วยบริการทางหลวง โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องไม่ให้รถมีความร้อนสูงเกิน และจะต้องหยุดเป็นระยะๆ จนรถเคลื่อนมาถึงจุดดังกล่าว
เมื่อมาถึง ทั้งอาจารย์ และนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคน้ำพอง ต่างก็มาที่รถ เพื่อให้ความช่วยกันให้ความช่วยเหลือแก่ผม นักเรียนลูกเสือก็จะคอยนำน้ำมาเสริฟให้ ตำรวจทางหลวงประจำหน่วยก็ให้ความต้อนรับเป็นอย่างดี ทั้งห้องน้ำ ห้องพัก ทั้งน้ำดื่ม กาแฟ เลี้ยงดูผมตลอดทั้งวันจนผมเองและครอบครัว ต่างก็รู้สึกซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือจากท่านทั้งหลายเหล่านั้นเยอะแยะครับ นี่เพียงส่วนนึง น้ำมาเป็นแพ็คๆ 
เวลาผ่านไป อาจารย์ก็ได้ถอดได้ชาร์ตออกมาได้แล้ว เนื่องจากเกลียวไดชาร์ตรูดหมด จากนั้นอาจารย์ก็ได้ช่วยกันไปยังตัวหมืองขอนแก่นเพื่อเสาะหาซื้ออะไหล่ ซึ่งก็พบว่าห้างร้าน และศูนย์ต่างๆส่วนใหญ่ก็ปิดทำการกันหมด อาจารย์ก็ได้ให้คำแนะนำแก่ผมว่าคงจะต้องใช้ได้สตาร์ตมือสองจากเซียงกงแทน ที่น่าจะยังพอมีเปิดอยู่บ้างครับ ซึ่งผมก็ไม่ขัดข้อง ขอให้ไปให้ได้ถึงจุดหมาย กลับให้ถึงบ้าน ก็รออยู่นานพอควรล่ะครับในระหว่างนี้ ผมก็เลยคิดหนทางไว้2ทางก่อนคือ ถ้ารถทำไม่เสร็จจะต้องจอดรถทิ้งไว้ณ.ที่นี้ แล้วโดยสารรถตู้ไปยังหนองคาย หรือรอจนกว่ารถซ่อมเสร็จ ซึ่งผมก็ได้นำเรื่องนี้บอกกล่าวแก่ ดต.อภิชาติ บุญฉิม ดต.ธีรศักดิ์รอดคำวงษ์ และดต.สุนทร กงวงศ์ฟัง ท่านก็ได้ช่วยประสานงานติดต่อรถตู้เพื่อให้ผมสามารถเดินทางไปยังจ.หนองคาย และรถตู้จากฝั่งลาวมารับและให้คำแนะนำในรื่องต่างๆให้กับผม เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง อาจารย์-นักศึกษาที่ไปช่วยกันหาซื้อไดสตาร์ตมือสองในตัวเมืองขอนแก่นให้ก็กลับมาพร้อมกับไดสตาร์ตมือสอง ก็เตรียมพร้อมที่จะประกอบลงไป ปรากฏว่าใส่ไม่ได้ครับ เพราะรูยึดน็อตและจุดพูลเล่เยื้องกันนิดเดียว ซึ่งไม่สามารถจะประกอบได้ งานซ่อมรถในวันนี้จึงไม่สำเร็จวันนี้ผมจึงต้องจอดรถทิ้งณ.หน่วยบริการตำรวจทางหลวงน้ำพอง และรอให้ถึงวันจันทร์ที่3 เพื่อให้ห้างร้านเปิดจึงจะซื้ออะไหล่มาใส่ให้ได้และผมก็ขอให้พี่ๆตำรวจช่วยติดต่อรถตู้ให้กับผมด้วยเพื่อที่ผมจะได้เดินทางไปจ.หนองคาย ปรากฎว่า คนขับรถตู้เมา เพราะสังสรรค์ปีใหม่ซะแล้ว ไม่สามารถรับงานได้
ทางพี่ๆตำรวจก็บอกว่า
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมไปส่งให้ เอารถส่วนตัวของพี่นี่แหละไป "




จากนั้นพี่ดต.ธีรศักดิ์ รอดคำวงษ์ก็นำรถกระบะ4ประตูวีโก้มารับผมและครอบครัวเดินทางไปยังจ.หนองคาย ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณ130กว่ากม.




จากที่ทราบมา รถกระบะวีโก้4ประตูคันนี้เป็นของดต.อภิชาติ บุญฉิมครับ(คนซ้ายมือ)คนขวาคือพี่ดต.ธีรศักดิ์ รอดคำวงษ์ คือผู้ที่ขับรถมาเป็นร้อยๆกิโลเพื่อส่งผมครับ

ซึ่งการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวของคุณพี่ตำรวจ ผมก็ช่วยเติมน้ำมันให้ไป1000บาทครับ
ระหว่างทาง ดต.ธีรศักดิ์ ท่านก็ได้ให้คำแนะนำต่างๆในการเดินทาง ทั้งให้ติดต่อกับใครเพื่อความสะดวกในการข้ามฝั่งไปยังประเทศลาว เมื่อมาถึงด่าน เวลา17.30น.ลงรถผมก็อยากตอบแทนความมีน้ำใจให้กับท่านส่งเงินให้ท่านเพื่อไปซื้ออาหารเลี้ยงฉลองปีใหม่กับเพื่อนๆกัน

ดต.ธีรศักดิ์ ท่านปฏิเสธไม่ยอมรับเงินจากผมครับ กลับส่งเงินคืนยัดใส่กระเป๋าให้ผม

"ไม่ต้อง ไม่เอา ไปเที่ยวให้สนุก และไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมดูแลรถให้"

ซาบซึ้งความมีน้ำใจของพี่มากครับ




ครับ ในความโชคร้ายของผมที่เจอช่างแย่ๆ แต่กลับมีความโชคดี ที่พบกับมิตรภาพดีๆ คนดีๆตำรวจดีๆในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ผมก็มานั่งคิดและอยากจะถามมายังศูนย์นิสสันลาดพร้าวว่า

ทางศูนย์นั้นมีช่างดูแลตรวจเช็ครถยนต์ที่ดีได้มาตรฐานเพียงใดครับทางศูนย์มีการอบรมให้ช่าง กวดขันอบรมดูแลเอาใจใส่กับรถทุกคันที่มาเข้าตรวจเช็คได้ดีแค่ไหนจริงอยู่ครับถ้าหากทางศูนย์จะบอกปัดว่าไม่ผิดก็ได้ เพราะทางศูนย์เปลี่ยนเพียงแค่สายพานให้เท่านั้น ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับพูลเล่ไดสตาร์ทเลยแต่ช่างทางศูนย์มิทราบหรอกหรือครับว่าสายพานมีส่วนสำคัญ และตัวพูลเล่ก็มีส่วนสำคัญเช่นกันที่จะต้องตรวจเช็คด้วย เพราะมัน"ทำงานร่วมกัน"

ผมยอมที่จะนำรถเข้าเช็คที่ศูนย์ทั้งที่รู้ว่าค่าใช้จ่ายย่อมแพงกว่าอู่นอกทั่วไป

และผมก็วางใจเลือกศูนย์รถยนต์นิสสันลาดพร้าว เพราะคิดว่าที่นี่เป็นศูนย์ใหญ่น่าจะมีมาตรฐานการตรวจเช็ค ตรวจซ่อมดีกว่าศูนย์ทั่วไป เพราะเป็นของบริษัทนิสสันโดยตรง แต่ความคาดหวังที่ผมได้ กลับไม่เป็นดั่งที่คิด รถเกิดปัญหาระหว่างการเดินทางไกลทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ก็ได้เคยย้อนกลับไปให้ช่างของทางศูนย์แห่งนี้ เพื่อให้ตรวจเช็คแก้ไขเพราะพบเสียงดังผิดปกติมาแล้วก็ตามทางศูนย์สามารถเช็คเวลาย้อนหลังได้ครับ ว่ารถทะเบียนชต.1435กรุงเทพมหานคร มีเข้ามาใช้บริการของทางศูนย์เมื่อไหร่ และเข้ามากี่ครั้งเรื่องราวทั้งหมดนี้ ผมอยากจะขอคำตอบคำอธิบายจากทางศูนย์นิสสันลาดพร้าวครับหากท่านจะโทรคุยกับผมก็ได้ หรือจะตอบทางหน้ากระทู้ได้จะยินดีเป็นอย่างสูงการนี้ผมจักขอขอบคุณเป็นอย่างสูงมายังหน่วยบริการประชาชน ตำรวจทางหลวงน้ำพอง จ.ขอนแก่น

-ดต.อภิชาติ บุญฉิม โทร.(089)841-9311

-ดต.ธีรศักดิ์ รอดคำวงษ์ โทร.(080)191-0850

-ดต.สุนทร กงวงศ์
*ใครมีอะไร อยากจะคุยปรึกษาท่านก็โทรไปคุยดูนะครับ เพราะคุณตำรวจท่านใจดี ยินดีให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่อย่างที่ผมได้พบกับท่านมา*

ขอบคุณมายัง

-อ.สุชาติ ชุมพร

-อ.วีรพล พันธ์ผ่อง ซึ่งทั้งสองท่านเป็นอาจารย์สอนอยู่ในวิทยาลัยเทคนิคน้ำพอง

และเหล่านักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคน้ำพอง ที่ได้ให้ความช่วยเหลือซ่อมรถจนเสร็จกลับกรุงเทพได้อย่างสวัสดิภาพ

ขอทิ้งท้ายนิดนึงครับ

รถนิสสันเป็นรถที่ดีนะครับ แต่ศูนย์บริการก็จะต้องดีด้วยเพราะถ้ารถดีแค่ไหน แต่ถ้าศูนย์ห่วยก็หมดท่า เหมือนกับรถหลายๆยี่ห้อที่ดีแต่แป้ก เพราะศูนย์ห่วยนั่นแหละครับ หมดแล้วครับก็ขอรบกวนให้พี่ๆน้องๆช่วยโหวตกระทู้นะครับ เพื่อดันเรื่องให้รู้ถึงหูผู้รับผิดชอบ อีกทั้งเป็นกำลังใจให้กับคุณตำรวจทางหลวงและคณะอาจารย์ นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคน้ำพอง เพื่อที่ท่านจะได้ยินดีปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลถัดไป

โชคดี สวัสดีปีใหม่ครับ

จากเว็ปไซด์ www.pantip.com ห้อง รัชดา
มีผู้แสดงความคิดเห็น ๕๕ คน
จากคุณ : Specialized
เขียนเมื่อ : 6 ม.ค. 54 13:47:06
http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V10101277/V10101277.html#26

music Photobucket

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

ตำรวจทางหลวงขอนแก่น ร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติที่ค่ายศรีพัชรินทร์

2 comments
                     เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๔ วันเสาร์แรกของเดือนมกราคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ มีคำขวัญว่า รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ ตามสถานที่ราชการ ต่างๆ ก็จะร่วมกันจัดงาน เพราะวันนี้เป็นวันของเด็ก ผู้ปกครองจะได้นำบุตรหลานมาเที่ยว มาเล่นเกมส์ เอาของรางวัล แจกขนม สถานที่บางแห่งก็จัดบอร์ดให้ความรู้กับเด็กด้วย และสถานที่ยอดนิยมอันดับหนึ่งของเด็กคือค่ายทหาร อาจเป็นเพราะเครื่องไม้เครื่องมือของทหารไม่ใช่จะเอาออกมาให้ดูกันง่ายๆๆ เฉพาะเด็กเท่านั้นนะครับ ทหารอากาศก็เอาเครื่องบินมาแสดง เช่น เอฟ ๑๖ ทหารบก หนีไม่พ้นรถถังเด็กชอบมาก ทหารเรือก็เรือรบหลวง ตำรวจละ  ก็รถตำรวจสายตรวจนี่แหละ ปกติ รถตำรวจก็เหมือนรถทั่วไป แต่ที่แตกต่างและเด็กชอบคือสัญญาณเสียงไซเรน เสียงหวอ นั้นเอง
                      ตำรวจทางหลวงมีรถสายตรวจที่ดูโดดเด่นกว่ารถหน่วยอื่น ไม่จะเป็นสีของรถ ใครเห็นก็ดูน่าเกรงขาม ดังนั้นเพื่อประชาสัมพันธ์หน่วยงานและให้เด็กได้มีความรู้สึกที่ดีกับตำรวจซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ตำรวจทางหลวงขอนแก่นจึงได้นำ รถสายตรวจไปแสดงในงานวันเด็กที่ค่ายศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น งานนี้ เป็นปีแรกนะครับที่ เราได้ไปร่วมงานจึงสร้างความแปลกใหม่ให้กับงานเป็นอย่างมาก เป็นจุดสนใจของเด็กเลยที่เดียว เด็กแค่เห็นตำรวจใจดี ไปร่วมงานก็อยากเข้าใกล้แล้วเพราะเด็กถูกปลูกฝังให้กลัวตำรวจ
                       เราได้นำรถตำรวจทางหลวง ๒ คันเข้าร่วมงานคือ รถหมายเลข ๔๒๑๓ และ รถหมายเลข ๔๒๐๑ มีตำรวจหญิง ที่สวยหน้าตาดี เป็นขวัญใจของเด็กไปร่วมงาน คือ จ.ส.ต.หญิง ชยานันต์ ตันคำฮอง และตำรวจ พลขับอีก ๒ นาย คือ ด.ต.สมเกียรติ  นราศรี  , จ.ส.ต.นพรัตน์  มูลแก่น  ทั้งสองคนได้รับการฝึกฝนขับรถอย่างดี จาก สนามพัทยาเซอกิต ไม่ต้องห่วงเรื่องฝีมือขับรถ
                        เมื่อนำรถไปจอดที่ลานแสดงเราได้รับเกียรติ ให้ไปจอดใกล้รถถังที่เป็นขวัญใจเด็กๆ แต่ปรากฏว่าเมื่อรถตำรวจเปิดไซเรน เปิดไฟหลังคารถเท่านั้นแหละ เด็กทุกคนลงจากรถถัง วิ่งมาที่รถสายตรวจตำรวจทางหลวง ด้วยความสนใจ ขอเข้าไปชมภายในรถ มากถึงขนาดต้องต่อแถวเข้าชม ถือเป็นความสำเร็จของตำรวจทางหลวงเรา โดยเฉพาะตำรวจหญิงของเรามีเด็กและผู้ปกครองมาขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก จนกระทั้งถึงเวลา ๑๕.๐๐ น. รถทั้งหมดจึงกลับที่ตั้ง


จอดใกล้รถถัง
Photobucket


Photobucket

บันทึกภาพด้วยระบบ HD
Photobucket

รถและตำรวจหญิงเป็นที่สนใจ
Photobucket

Photobucket

โตขึ้นเป็นตำรวจนะลูก
Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

น่ารักเหมือนป้านะจ๊ะหนู
Photobucket

Photobucket

Photobucket

music
Photobucket